วิธีการดูเหรียญแท้
เหรียญ เป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
และเริ่มสร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ซึ่งอาจแบ่งคร่าวๆ ได้แก่ - เหรียญหล่อโบราณ เช่น เหรียญจอบใหญ่ จอบเล็ก
หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เหรียญหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง -
เหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์ สร้างเป็นที่ระลึกในโอกาสต่างๆ
และเหรียญที่ใช้แทนเงินตรา - เหรียญพระพุทธและเกจิอาจารย์ที่สร้างโดยโรงงาน
วิธี การดู เหรียญหล่อโบราณ ให้สังเกตหลักใหญ่ๆ
คือการเข้าดินนวลซึ่งจะผสมขี้วัวหมัก โบราณเรียก 'ดินขี้งูเหลือม'
เมื่อเททองลงในหุ่นเทียนจะเกาะติดกับเนื้อองค์พระเห็นเป็นจ้ำๆ สีน้ำตาลแก่
และให้สังเกตบริเวณหูเชื่อมที่จะต้องจับโค้งติดกับตัวเหรียญ
มักจะปรากฏเนื้อปลิ้นระหว่างปลายตัวปลิง (หูเหรียญ) กับพื้นเหรียญด้านหลัง
มักจะมีการใช้ตะไบแต่งตัวเหรียญให้ได้รูป
แต่รอยตะไบจะไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนใหญ่จะใส่ทองผสมตอนเทด้วย
เนื้อทองจะเห็นเป็นจ้ำๆ ทั่วบริเวณเหรียญครับ
ส่วน เหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์ นั้น
จะผลิตโดยรัฐบาลกลาง ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ซึ่งสยามเปิดประเทศรับอารยธรรมตะวันตก
มีความนิยมสร้างเหรียญที่ระลึกในพระราชพิธีต่างๆ นอกจากนี้
ยังนำโลหะมาผลิตเป็นเงินเหรียญเรียก เหรียญกษาปณ์
ใช้เป็นเงินตราแทนระบบเงินดั้งเดิม เหรียญประเภทนี้ให้สังเกตให้ดีจะมีอยู่ 2
ประเภท ประเภทแรกเรียกว่า 'บล็อกนอก' หมายถึง สั่งผลิตจากเมืองนอก
ตัวเหรียญจะมีความคมชัดลึก สวยงาม แข็งแกร่ง
และมีอยู่ระยะหนึ่งซึ่งสยามสั่งเครื่องผลิตเหรียญเข้ามาผลิตเองแต่คุณภาพของ
เหรียญที่ออกมาไม่สู้ดี จะไม่คมชัดและไม่สู้จะเรียบร้อยนักเรียก 'บล็อกใน'
ราคาเล่นหาก็จะถูกกว่าบล็อกนอก
โดยทั่วไปแล้ววิธีสังเกตความเก๊แท้ ของเหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์
จะไม่ค่อยมีปัญหามากนักเพราะเหรียญประเภทนี้มีบันทึกการจัดสร้างที่มาที่ไป
ตลอดจนจำนวนการสร้างที่ชัดเจน ในภาพรวมแล้วให้สังเกตขั้นต้นก่อนว่า
หากเป็นเหรียญกษาปณ์ด้านหน้ากับด้านหลังจะวิ่งตรงกันข้าม ตัวอย่างเช่น
เหรียญไอยราพรต ด้านหน้าจะเป็นพระบรมรูปตั้งขึ้น
หากพลิกด้านหลังจะเห็นเป็นรูปช้างสามเศียรกลับหัวลง
จะไม่ตั้งขึ้นไปในทิศทางเดียวกันทั้งสองด้านเด็ดขาด ลองหยิบเหรียญบาท
เหรียญสิบ ของเราขึ้นมาดูสิครับ
นั่นแหละเป็นเอกลักษณ์สำคัญของการดูเหรียญประเภทนี้
นอกจากนี้ยัง ต้องดู เส้นล้ม ให้เป็น
คำว่าเส้นล้มหมายถึงถ้าเป็นเหรียญเก๊เขาจะนำไปถอดพิมพ์แล้วทำบล็อก
หากเป็นเหรียญแท้เส้นต่างๆ
ที่ตั้งขึ้นจากพื้นเหรียญจะคมชัดไม่เบลอหรือเส้นไม่ล้ม
ถ้าเส้นเอียงจะทำให้เหรียญดูเบลอไม่คมชัด เขาเรียกเส้นล้มครับผม
ต้องหัดดูให้ชำนาญ แรกๆ ก็จะดูไม่ค่อยเห็น
แต่เอียงเหรียญแล้วหัดส่องไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าใจเองครับ
สำหรับเหรียญพระพุทธและเกจิอาจารย์ ที่สร้างโดยโรงงาน ต้องนับ
เหรียญพระพุทธวิริยากร (จิตร ฉันโน) วัดสัตนารถปริวัตร ราชบุรี
สร้างพ.ศ.2458 เป็นปู่เหรียญหรือเหรียญพระสงฆ์เหรียญแรกของประเทศไทย

พระพุทธวิริยากร ( จิตร ฉฺนโน ) วัดสัตตนารถปริวัตร เหรียญพระสงฆ์เหรียญแรกของประเทศไทย

ส่วนเหรียญ พระพุทธนั้นต้องยกให้เหรียญพระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างขึ้นปีพ.ศ.2440 เป็นที่ระลึกคราวเสด็จกลับจากประพาสยุโรปครั้งแรก
และช่วงนี้บรรดาเกจิคณาจารย์ก็นิยมสร้างเหรียญรูปเหมือนขึ้นเป็นที่ระลึกกัน
อย่างแพร่หลาย
ส่วนใหญ่วัสดุที่ใช้จัดสร้างจะเป็นทองแดง จะมีเนื้อเงิน เนื้อทองบ้าง
ก็สร้างขึ้นเพื่อถวายเจ้านายหรือแจกกรรมการ
ส่วนบางท่านก็ใช้วัสดุที่หาง่ายในพื้นบ้าน เช่น ตะกั่ว ชิน
สร้างเป็นเหรียญแจกชาวบ้าน
เหรียญที่สร้างขึ้นโดยโรงงานนั้น จะใช้วิธี 'ปั๊ม' หากเป็นเหรียญยุคแรกๆ
ก่อน พ.ศ.2470 จะมีข้อสังเกตพื้นฐานกล่าวคือ
เหรียญส่วนใหญ่จะแกะขึ้นด้วยมือ
ช่างที่แกะจึงต้องมีความชำนาญส่งผลให้ศิลปะของเหรียญได้รูปที่สวยงามแต่จะ
ไม่ลึกนัก โดยแกะเป็นแม่พิมพ์สองตัวด้านหน้ากับด้านหลัง
เมื่อกระแทกจะทำให้แผ่นทองแดงที่รีดบางตึงแน่น ผิวไม่ขรุขระ
ทำให้ไม่เกิดขุมสนิมเขียว แดง ที่เรียกว่า 'รอยขี้กลาก'
ยกเว้นการนำแม่พิมพ์เดิมมาสร้างเหรียญรุ่นเดิมเพิ่ม
อาจจะเกิดรอยขี้กลากนิดหน่อย แต่ถ้าพบรอยขี้กลากต้องระวัง
และมักจะทำเป็นแบบหูเชื่อมเพราะวิทยาการยังไม่ทันสมัย
ซึ่งก็จะเห็นการเชื่อมหูด้วยตะกั่วบัดกรี ไม่ได้เป็นหูในตัวอย่างรุ่นหลัง
พันธุ์แท้พระเครื่อง โดย ราม วัชรประดิษฐ์
|