
.........วิชาคงกระพัน ชาตรี ยังมีอยู่ หรือ สาบสูญไปแล้ว ???????
.........จริง หรือ หลอกลวง ????????
..........ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่ลองได้
..........เฉพาะชายชาตรีที่ใจเต็มร้อยเท่านั้น !!!!!!!!!!!
..........กับศรัทธาที่พิสูจน์ได้
......... พิสูจน์สุดยอดวิชาคงกระพัน ชาตรี หนึ่งเดียวในแผ่นดินสยาม
.....บทสัมภาษณ์พิเศษ ณ WWW.AMULETCENTER.COM ที่นี่ที่เดียว

.........เช้าวันที่ 24 เมษายน 2546 ผมและทีมงานได้เดินทางไป จ.อยุธยา ถึงที่วัดราว 10 โมงเศษ เป็นวัดเล็กๆบรรยากาศสบายๆ เดินตามทางเดินปูนไปสักหน่อยกุฏิขวามือ ขึ้นบันไดปูนสักสิบกว่าขั้น พบกับกุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งชาวบ้านเกือบ 20 คนที่นั่งอยู่ ทีมงานของผมเกือบสิบคนฝ่าด่านเข้าไปเป็นแนวหน้ากราบนมัสการหลวงพ่อ
... " คณะนี้มาทำไม " ......... " ผมมาบูชาตะกรุดครับหลวงพ่อ "
... " ตะกรุดอะไร สีดำหรือสีแดง " ......... " ตะกรุดสีดำครับ "
... " อ้าว มา คณะเดียวกัน รวมกันเลยกี่ดอก แล้วใครจะลงครู ออกมาข้างหน้าเลย ถอดเสื้อด้วย ถอดพระวางใส่พาน "
.....คุณ แมน หนุ่มวัยกำยำหนึ่งในทีมงานรับอาสา หลวงพ่อให้นั่งกำตะกรุดทั้งหมด ก้มหมอบพนมมือ เสียงสวดบริกรรมคาถาเริ่มขึ้นทันที หลวงพ่อเริ่มพรมน้ำมนต์ ทุกสรรพสิ่งเงียบกริบ ทุกสายตาต่างจ้องมาที่จุดเดียวกัน สักครู่หลวงพ่อให้หันหลังหมอบราบ " ไม่ต้องเกร็ง ปล่อยตัวตามสบาย " ในมือยังคงกำตะกรุดดอกสีดำอย่างเเน่น

...........เสียงคาถาเริ่มดังขึ้น ๆๆ หลวงพ่อใช้มือวักน้ำมนต์สาดใส่หลังและตบหลัง หลายครั้ง สักอึดใจ สิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง หลวงพ่อใช้มือซ้ายกดไหล่และมือขวาหยิบมีดปลายแหลมขนาดถนัดมือ เงื้อขึ้น ปักลงที่กลางหลังแล้วลากลงจนสุดแผ่นหลัง " โอ๊ย " เสียงร้องของแมนดังขึ้น ทุกสายตานั่งจ้องกันเขม็ง ครืดๆๆๆๆๆๆ น้ำมนต์ที่แผ่นหลังกระจายออก เร็วและแรงมากๆ นับสิบครั้งอย่างไม่ยั้งมือ เพียงอึดใจ หลวงพ่อวางมีดลงนั่นหมายถึงการเสร็จสิ้นพิธีกรรมแล้ว
...................แต่ทุกคนยังคงเงียบกริบ !!!!!!!!!
.....แมนได้รับตะกรุดแล้วถอยออกมา ริ้วรอยแผ่นหลังที่ถูกกรีดเป็นรอยนูน นับได้ 13 รอย เลือดเริ่มซึมออกมานิดๆ นี่แหละที่เขาเรียกว่า
" เลือดออกเป็นยางบอน ".....ของจริงยังมีอยู่อีกหรือ???


....ผมได้กราบขออนุญาตพูดคุยกับหลวงพ่อเพื่อนำเสนอเพื่อนๆชาว AMULETCENTER.COM ที่ไม่มีโอกาสไปกราบนมัสการหลวงพ่อ ดังนี้
.....วัดเจดีย์แดง อยู่ในอำเภอหัวรอ เลยปางช้างไปไม่ไกล ชาวบ้านรู้จักกันดี หลวงพ่อจำลอง เจ้าอาวาส ท่านอายุ 79 ปี ( พ.ศ.2546 ) รูปร่างแข็งแรง กำยำ ท่านเป็นพระที่พูดน้อย หลวงพ่อท่านกล่าวถึงที่มาการจัดสร้างตะกรุดให้ฟังโดยสรุปดังนี้
..... ตะกรุดของท่านนั้นทำตามตำรับโบราณซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ทำมา 2 แบบ คือ ดอกสีดำเป็นมหาอำนาจ อยู่ยงคงกระพัน ดอกสีแดง เป็นเมตตามหานิยม
.....หลวงพ่อท่านทำแจกมา 30 กว่าพรรษาแล้ว สมัยก่อนนั้น บูชาตะกรุดดำ ต้องลงครูทุกคน!!!!! โดยหนึ่งคนได้หนึ่งดอก ไม่มีการฝาก ไม่มีตู้จำหน่าย รับแล้วไม่ต้องมารับอีก ทุกคนต้องมารับกับมือหลวงพ่อ ส่วนดอกสีแดง ไม่ต้องลงครู บูชากี่ดอกก็ได้ แต่ปัจจุบันคนไปเช่าตะกรุดท่านมาก ท่านจึงให้ทั้งคณะที่ไป เลือกคนมาลงครูเพียงคนเดียว ทั้งนี้หากจะลงครูทุกคนก็จะดีที่สุด
 
.....มีดที่กรีดนั้นท่านส่งมาให้ผมดู ท่านบอกว่าเป็นมีดด้ามครู ( ผมเห็นหลายคนที่สักยันต์เต็มตัว เหนียวแค่ไหนโดยมีดด้ามนี้เข้าได้เห็นเลือดกันทุกคนเลย ) เอาไปดูซิว่าคมไหม ผมจับสัมผัสดู คมกริ๊บ ความยาวประมาณ 9 นิ้ว สลักอักขระยันต์ และปลายด้ามแหลมมากทีเดียว เพื่อความสะอาดมีดด้ามนี้จะแช่อยู่ในขวดแอลกอฮอล์ ซึ่งจะวางอยู่ด้านขวามือของหลวงพ่อ

.....ผู้ชายเท่านั้นที่ท่านให้บูชาตะกรุดดำ และต้องลงครู หากเป็นพระก็ไม่ต้องลงครู ส่วนเด็ก สตรี ท่านให้แต่ตะกรุดแดงเท่านั้น ท่านจะให้กำตะกรุดสีดำทั้งหมดที่จะบูชา บริกรรมคาถา พรมน้ำมนต์ ท่านปักมีดตรงๆ มือซ้ายกดไหล่ มือขวาปักมีดลากยาวจนสุด กรีดอย่างเต็มแรง ไม่ยั้ง เร็ว และแรงมาก ท่านบอกให้มาเช้าๆเพราะว่าแรงยังดีอยู่ เสียงครืดๆๆๆๆ ดังทีเดียวเรียกว่าสยองพอสมควร หลายคนไม่กล้ามอง บางคนเปลี่ยนใจไปเช่าตะกรุดแดง บางคนหันหลังลงจากกุฎิไปเลยก็มี
..... มูลเหตุของตะกรุดนั้น สมัยก่อนรบทัพจับศึกก็มีแต่เครื่องรางไว้ป้องกันตัว เสื้อยันต์บ้าง ตะกรุดบ้าง ไม่มีพระเครื่องอย่างปัจจุบัน ตะกรุดของท่านนั้นทำตามตำรับโบราณซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและแจกมานานกว่า 30 พรรษาแล้ว
..... ตะกรุดบูชาดอกละ 199.- เลขสวยเลขมงคล เท่ากันทั้ง 2 แบบ ดอกสีแดงยาว 2 นิ้ว ส่วนดอกดำยาว 3 นิ้ว ทำจากตะกั่วรีดเป็นแผ่น ลงอักขระ " ยันต์เฉลียวเพชร " ม้วนกลมแล้วถักด้วยด้ายสายสิญจน์จูงศพ นำมาลงรักแล้วปิดทอง โดยเฉพาะดอกดำท่านให้มารับกับมือท่านเองซึ่งท่านจะกำกับให้โดยทุกคนอีกครั้ง

.....หลังจากลงครูหรือกรีดหลังแล้ว ไม่ต้องทำอะไร ห้ามซับทิชชู่หรือล้างน้ำ ไม่ต้องใส่ยา ทายาใดๆทั้งสิ้น ทิ้งไว้ซัก 10 นาที พอแห้งก็ใส่เสื้อกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.....ตะกรุดนั้น มีคาถาและข้อห้ามเฉพาะ หมั่นสวดภวนาระลึกถึงหลวงพ่อและปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี ไม่ละเมิดข้อห้าม คุณพระจะคุ้มครอง ทั้งนี้หากเกิดเหตุสุดวิสัย ไม่ได้ท่องคาถา ก็ให้ระลึกถึงหลวงพ่อจำลองก็ได้
.....ตะกรุดนั้นสีแดงให้แขวนคอ สีดำหากแขวนคอจะเป็นมหาอำนาจ หากแขวนเอวจะเป็นคงกระพัน ทั้งนี้หลวงพ่อให้แขวนคอจะดีกว่า
.....หลวงพ่อฝากถึงศิษยานุศิษย์ทุกคนใน WWW.AMULETCENTER.COM ที่ไม่มีโอกาสมากราบนมัสการว่า

..... " ให้ประพฤติปฏิบัติตัวเป็นคนดี หมั่นทำความดีกันทุกๆคน คุณพระจะคุ้มครอง "
.....หากเพื่อนๆมีโอกาสแวะไปกราบนมัสการ หลวงพ่อจำลองท่านอายุ 79 ปีแล้ว ( พ.ศ.2546 ) ท่านบอกว่าหลวงพ่อเปิ่น 78 ปีก็ละสังขาร ตัวท่านก็เลยมาปีแล้ว ความตายไม่ช้าก็เร็วเป็นเรื่องปกติ

..... เกจิขมังเวทย์ กับศรัทธาที่พิสูจน์ " หลวงพ่อจำลอง วัดเจดีย์แดง "
@--- อย่าให้ความเชื่อของชาติตะวันตก กลืนความเป็นไทยไปจนหมดสิ้น บทความนี้มิได้มุ่งหมายจะปลูกฝังความเชื่ออย่างงมงาย หากแต่จะให้ใช้วิจารณญาณอย่างมีเหตุ มีผล และมีสติปัญญาเป็นสำคัญ ---@
แจกฟรี !!!!! ตะกรุดดำ วัดเจดีย์แดง 5 ดอก คลิกที่นี่ครับ !!!!! แจกหมดแล้วครับ
ขอขอบคุณ ดาบตำรวจธนเสฏฐ์ ศิลปชัยทวีพร ศูนย์วิทยุปราการ จ.สมุทรปราการ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องตะกรุดดำ วัดเจดีย์แดง ในคราวนี้
การเดินทางไปวัดเจดีย์แดง
ทางไปวัดเจดีย์แดง ถ.สายเชีย - ผ่านห้างโลตัส อยุธยา -ซ้ายมุ่งหน้าตัวเมือง - ผ่านองค์เจดีย์(กลางถนน)- ตรงไปข้ามสะพาน - แยกไฟแดงที่ 2แล้วเลี้ยวขวา - วิ่งตรงไปเรื่อยๆจะพบสามแยก(วัดวงฆ้อง) - ขวาตรงไปไม่ไกลอยู่ทางซ้ายมือป้ายชื่อวัดเล็กๆ ครับ

นึกถึง พระเครื่อง นึกถึง โจ้ อิศวเรศ พระเครื่อง
|