 สถิติของเวบไซต์
 หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 จดหมายข่าว
|
|
ชั่วโมงเซียน : พระเพชรหลีก วัดใต้ [No. 0] ชั่วโมงเซียน : พระเพชรหลีก วัดใต้
ในวงการพระเครื่อง พระเพชรหลีก ซึ่งเป็นที่รู้จักมีอยู่ ๒ วัด คือ ๑.พระเพชรหลีก ของ เจ้าคุณทักษิณคณิศร (สาย ปุญญคงโต) วัดอินทาราม หรือ วัดใต้ ธนบุรี ๒.พระเพชรหลีก วัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี
พระเพชรหลีก ที่จะได้กล่าวถึงในที่นี้ คือ พระเพชรหลีก วัดใต้
เหตุที่เรียกพระพิมพ์นี้ว่า พระเพชรหลีก เนื่องจาก พุทธคุณจะเน้นไปในทางแคล้วคลาด ในยามที่มีภัยอันตราย ซึ่งเราสามารถที่จะหลีกพ้นไปได้ จึงได้ชื่อว่า เพชรหลีก
ส่วนที่เรียกว่า เพชรกลับ เนื่องจาก ถ้าเกิดมีผู้ใดตั้งใจกระทำสิ่งชั่วร้ายใส่ตัวเรา สิ่งนั้นจะถูกย้อนกลับไปหาตัวผู้กระทำนั้น
วัดอินทาราม เป็นวัดโบราณ มีมาแต่สมัยอยุธยา เดิมเรียกชื่อว่า วัดบางยี่เรือนอก นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกอย่างอื่นๆ อีก คือ วัดสวนพลู และ วัดบางยี่เรือไทย
ต่อเมื่อครั้ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งเมืองธนบุรีเป็นเมืองหลวง ทรงสร้างและปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ทั้งหมด ขยายที่ทางไว้เป็นอันมาก แล้วได้ทรงสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ เพื่อใช้เป็นที่ทรงประกอบพระราชกุศลใหญ่ๆ หลายครั้ง เช่น งานออกพระเมรุถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระราชชนนี เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๘ กับโปรดให้นิมนต์พระสงฆ์ฝ่ายวิปัสสนาธุระ มาอยู่ประจำวัดนี้ และโปรดให้ข้าละอองธุลีพระบาทปฏิบัติอุปถัมภ์พระสงฆ์ทุกรูป ในสมัยกรุงธนบุรี
วัดอินทารามจึงเป็นวัดใหญ่ และมีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยนั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึง วัดอินทาราม สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย คือ ชื่อของ วัดอินทาราม นั้น มีทั่วประเทศ ที่การใช้ชื่อนี้ไม่ต่ำว่า ๒๐ วัด
ในบางจังหวัดก็ใช้ชื่อซ้ำกันก็มี เช่น วัดอินทราราม ต.เกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด วัดอินทราราม กิ่งอำเภอทุ่งเขาหลวง จ. ร้อยเอ็ด วัดอินทราราม หมู่ที่ ๘ บ้านหนองส่วย ต.โนนสง่า อ.ปทุมรัตน์ จ. ร้อยเอ็ด วัดอินทราราม จ.อำนาจเจริญ วัดอินทราราม บ้านโนนสะอาด หมู่ที่ ๙ ต.ต้นผึ้ง อ.พังโคน จ.สกลนคร วัดอินทราราม อ.วารินชำราบ จ.อุดรธานี วัดอินทราราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
วัดอินทราราม ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี วัดอินทราราม อ.เมือง จ.ลพบุรี วัดอินทราราม ต.บางยาง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี วัดอินทราราม ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี วัดอินทราราม อ.เมือง จ.เพชรบุรี วัดอินทราราม อ . เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา วัดอินทราราม ต.ตะกู อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา วัดอินทราราม ต.สามควายเผือก อ.เมือง จ.นครปฐม วัดอินทราราม ต.ดอยลาน อ.เมือง จ.เชียงราย วัดอินทราราม ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ วัดอินทราราม ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี วัดอินทราราม ต.ท่าไม้ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร วัดอินทราราม ต.พยุหะ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และ วัดอินทราราม ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท
พุทธลักษณะ ของ พระเพชรหลีก วัดใต้ โดยทั่วไปเป็นองค์พระปฏิมากรประทับนั่งปางสมาธิ มีทั้ง สมาธิเพชร และ สมาธิราบ อยู่บนฐานบัวตุ่มนับดูแล้วไว้ ๗ กลีบ องค์ที่ติดคมชัดจะเห็นพระนาสิก พระโอษฐ์ พระพรรณ ตลอดจนเส้นสังฆาฏิชัดเจน พระกรและพาหาหักเป็นมุมทั้งสองข้าง พระอุระนูนเด่น โดยเฉพาะพิมพ์สมาธิราบ ทรงกรอบเป็นรูปซุ้มคล้ายตัว ก. ไก่ พระบาทถ่างด้านบนสอบเข้ามีลักษณะโค้งมน มีรอยปาด ด้านหน้ามีเส้นนูนโค้งตามรูปทรงกรอบ โดยเฉพาะพิมพ์สมาธิเพชรจะเห็นชัด
ด้านหลังมี รอยเหล็กจาร ทุกองค์ โดยท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร เป็นตัวอักษรขอมตัว นะ โม พุท ธา ยะ ๕ ตัว ตัวนะอยู่บนสุด รองลงมาเป็นตัว โม แถวที่สามเป็นตัว พุท กับตัว ธา แถวล่างสุดเป็นตัว ยะ
ขนาดของพระเพชรหลีก เท่าที่พบเห็น พิมพ์สมาธิราบมีขนาดหนากว่าพิมพ์สมาธิเพชร ความกว้างที่ฐานประมาณ ๑.๒ ซม. สูงประมาณ ๑.๘ ซม. พิมพ์สมาธิเพชร หนาประมาณ ๓ ซม. องค์สมาธิราบหนาประมาณ ๕ ซม.
เนื้อของพระเพชรหลีก เป็นเนื้อผงดำสนิท มีความแห้งและละเอียดมาก เมื่อจับบ่อยๆ จะมีลักษณะมันวาว องค์ที่สวยๆ ผิวดีๆ จะมีฝ้านวล เจ้าของมักจะหวงและเก็บใส่ตลับไว้ แม้จะขอมาถ่ายรูปก็ยังไม่ค่อยยอม เพราะกลัวผิวเสีย
มวลสาร ที่สำคัญคือ เมล็ดข้าวเปลือก ซึ่งท่านเจ้าคุณฯ ถือว่าเป็นของทนสิทธิ์ คือเป็นของดีในตัวเอง เช่นพวกคดต่างๆ งาคุด เหล็กน้ำพี้ แร่บางไผ่ เหล็กไหล เถาว์เครือหลง กาฝากบนต้นรัก ต้นมะยม ฯลฯ
ของดังกล่าวนี้ ถือว่าเป็นวัสดุอาถรรพ์ โดยเฉพาะ เมล็ดข้าวเปลือก ที่หลีกรอดมาจากนกหนูในนา เมื่อเอามาตำก็ไม่แตก เวลาซาวก็ไม่มีใครเห็น หุงก็ไม่สุก ท่านได้รวบรวมเมล็ดข้าวเปลือกดังกล่าวได้หลีกพ้นอุปสรรคภัยอันตรายนานาประการมาอย่างมากมาย
สำหรับ เนื้อผงดำ นั้นได้มาจากการทำผงพุทธคุณ ซึ่งเริ่มจากการทำนะ พินธุ ไปเป็นผงปถม ผงมหาราช ผงตรีนิสิงเหและผงอิทธิเจ ซึ่งท่านเจ้าคุณฯ ได้สำเร็จในการทำผงดังกล่าวนี้ แล้วนำมาผสมกับเถ้าถ่านที่เกิดจากการนำใบลาน สมุดข่อย หนังสือขอมที่ชำรุดต่างๆ ตลอดจนใบตองตานี ที่ใช้ในการลงพื้นปิดทองล่องชาด เมื่อเผาให้สุกโชนแล้วก็ครอบทำเป็นแบบสตุ ใช้รักเป็นตัวประสาน โดยนำมาบดเป็นผงเข้าด้วยกันให้ละเอียด
การสร้าง เมื่อได้เนื้อผงและเมล็ดข้าวเปลือกพร้อมแล้ว ท่านจะกดเนื้อลงในแม่พิมพ์เพียงครึ่งหนึ่งก่อน แล้วเอาเมล็ดข้าวเปลือกวางเรียงไว้ (ตำราว่า ๕ เมล็ด ซึ่งหมายถึง นะ โม พุท ธา ยะ)
จากนั้นจึงเอาเนื้อกดลงให้เต็มพิมพ์ แล้วเทออกเป็นองค์พระ นำไปผึ่งพอแห้งหมาดๆ ท่านเจ้าคุณก็จะจารตัวขอมด้านหลัง ๕ ตัว คือ ตัว นะ โม พุท ธา ยะ ด้วยลายมือของท่านเองทุกองค์
ลายมือดังกล่าวนี้ เปรียบเสมือนลายเซ็น ท่านต้องจำให้ได้ถึงการลากเส้นการหักมุม ซึ่งท่านมักจะเขียนตัวเอียงและค่อนข้างผอม อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตประการหนึ่ง ในการดูความแท้ของพระเพชรหลีกของท่าน
จำนวน ไม่มีใครทราบจำนวนสร้างที่แน่ชัด รู้แต่ว่า ครั้งหนึ่งคงไม่เกิน ๕๐ องค์ เพราะท่านต้องรวบรวมเมล็ดข้าวเปลือกให้ได้พอสมควร
เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ก็ปลุกเสกเดี่ยว และแจกให้กับลูกศิษย์ลูกหาไปเรื่อยๆ เข้าใจกันว่า ท่านเจ้าคุณเริ่มสร้างประมาณปี ๒๔๐๗
คุณวิเศษ มีเรื่องเล่าถึงคุณวิเศษของพระเพชรหลีกของเจ้าคุณทักษิณฯ ไว้หลายเรื่อง สรุปได้ว่า พระของท่านยอดเยี่ยมทางด้านแคล้วคลาดปลอดภัย และบังเกิดลาภผลยิ่งนัก เมตตามหานิยมก็เยี่ยม เรียกว่ารอบด้านเลยทีเดียว
|
By : ชัยยะ  (อ่าน 2106 | ตอบ 0) (01/02/2550 09:17:12)
|
|
 บริการของร้านค้า
หากคุณชอบเว็บนี้ กรุณากด + 1 ขอบคุณครับ
 สินค้า/บริการ แนะนํา
|
|